หวยรัฐบาล

หวยรัฐบาลหวยไทย! เกิดขึ้นมาได้อย่างไร

หวยเป็นสิ่งที่คุ้นเคยกับวิถีชีวิตของคนไทยในปัจจุบันเป็นอย่างดี ไม่ว่าท่านจะเล่นหวยหรือไม่ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกวันที่ 1 และ 16 ของเดือน จะมีบรรยากาศแห่งความหวัง และความสนุกของการลุ้นโชคเกิดขึ้นรอบๆตัวท่าน และคนที่ท่านรู้จักอย่างปฏิเสธไม่ได้ แต่หากลองย้อนนึกดู ต้นกำเนิดของหวย หรือสลากกกินแบ่งรัฐบาลนั้น มีที่มาที่ไปอย่างไร ก็เป็นเรื่องน่าสนใจไม่น้อย วันนี้เราจะมาแนะนำประวัติของหวย ในฐานะของ การละเล่นของผู้คน ไล่ไปจนถึงการจัดตั้งเป็นสลากกินแบ่งรัฐบาลอย่างถูกกฏหมายให้ได้อ่านกัน
หากเล่าย่อๆ ในปี พ.ศ.2375 นับได้ว่าเป็นต้นกำเนิดของการ “เล่นหวย” แบบดั้งเดิมที่สุดในประเทศไทย ซึ่งเกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 ในขณะนั้นกลุ่มชาวจีนได้รวมตัวกันเล่นพนันขันต่อกันแบบหนึ่ง และได้สร้างชื่อเรียกของการรวมตัวแบบนี้ว่า ” ฮวยหวย ” ซึ่งมีความหมาย จริงๆว่าการชุมนุมดอกไม้ ซึ่งจริงๆ อาจจะตีความได้ว่าเป็นคำหลอก ที่เอาไว้บอกคนอื่นๆว่าตั้งใจมาเจอเพื่อนเพื่อดูดอกไม้อะไรกันเฉยๆ แต่ความจริงแล้วคือมาเล่นพนันกันนั่นเอง โดยยุคแรกสุด ชาวจีนจะเขียนรูปดอกไม้หลากสีไว้หลังแผ่นไม้ ใครทายสีดอกไม้หลังแผ่นไม้ถูกก็จะได้รางวัลไป เป็นการแทงหวยแบบง่ายที่สุด ในยุคนั้นๆต่อมาได้มีการพัฒนาขึ้น มีการประยุกต์ใช้แผ่นป้าย 34 ป้ายเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการออกรางวัล มีการเขียนชื่อบุคคล ที่มีชื่อเสียง อาจจะเป็นคนที่มีอิทธิพล หรือเจ้านายต่างๆที่ทุกคนรู้จัก เพื่อนำมาทายกัน คิดๆไปก็อาจจะคล้ายๆรายการ The Masked Singer ในปัจจุบัน แค่ไม่มีการร้องเพลง และเป็นการแทงหวยแทนเท่านั้นเอง! หากใครทายถูกว่าหลังแผ่นป้ายนั้นเป็นชื่อใคร ผู้ทายถูกก็จะได้รับรางวัล 30 ต่อ 1 เลยทีเดียว!
แต่ในรายละเอียดจริงๆ แล้ว หวยเป็นการพนันของจีนที่เริ่มมีเข้ามาในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 3 ในสมัยนั้นเป็นยุคข้าวยากหมากแพงซึ่งคนที่ไม่มีเงินต้องทำงานใช้แรงเพื่อแลกข้าวกิน เงินตราที่มีอยู่ในประเทศก็เหมือนจะค่อยๆ ลดหายไปจากตลาด พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ทรงเกิดข้อสงสัยว่าเงินตราที่ทำออกมามากมายหายไปไหน ไม่มีเงินเข้ามาหมุนเวียนในตลาดเลย ในขณะนั้นเองเป็นช่วงที่มีฝิ่นระบาดอยู่มากทรงเข้าพระทัยว่าคนเอาเงินตราไปซื้อฝิ่นหมด จึงโปรดให้มีการปราบปรามเอาฝิ่นมาเผาทำลาย
อย่างไรก็ตามเวลาผ่านไปเงินตราก็ยังคงขาดตลาดอยู่อย่างเดิม ในที่สุดจีนหงหรือเจ๊สัวหง (นายอากรสุรามีบรรดาศักดิ์เป็นพระศรีไชยบาน) ได้เข้าเฝ้ากราบทูลว่าเงินตราที่มีอยู่พวกราษฎรเอาใส่ไหฝังดินไว้ไม่เอาออกมาใช้ หรือเรียกได้ว่าเป็นภาวะเงินฝืดเคืองอย่างหนัก เพราะประชาชนมีความกลัวที่จะต้องใช้เงิน หากสถานการณ์ทางการค้าแย่ลงไปกว่าเดิม จะไม่มีเงินใช้จ่ายเอา คนจึงเก็บเงินไว้กับตัวกันหมด ถ้าจะให้มีการใช้เงินจะต้องออกหวยอย่างในเมืองจีน
พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 3 จึงโปรดให้จีนหงออกหวยขึ้นเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2378 จากนั้นหวยเริ่มเข้ามามีบทบาท ในประเทศไทยมากขึ้น ผู้คนหลากหลายชนชั้นมากขึ้นเริ่มเข้ามาเล่นพนันขันต่อ ขอแทงหวยเพื่อความสนุกสนานและหวังโชคลาภกันโดยถ้วนหน้า โดยในขณะนั้นไม่ใช่เฉพาะชาวจีนอีกแล้ว ชาวไทยสยามเองก็ร่วมสนุกด้วย ซึ่งหวยที่เกิดขึ้นในเมืองจีนตัวหวยในแผ่นป้ายจึงเป็นรูปคนที่สมมุติเป็นตัวหวยอย่างหนึ่ง และเขียนชื่อเป็นภาษาจีนบอกชื่อตัวหวยอีกอย่างหนึ่ง เมื่อนำหวยเข้ามาในเมืองไทย คนไทยอ่านภาษาจีนไม่ออกจึงต้องเขียนอักษรไทยกำกับไว้ด้วยคือใช้ ก ข ค เรียงไปตามลำดับแต่ตัดทิ้ง 8 ตัว คือ ฎ ฏ ฐ ฑ ฒ ณ ศ ษ จึงเหลือเพียง 36 ตัว เป็นเหตุให้คนไทยเรียกการพนันชนิดนี้ว่า หวย ก ข มาตั้งแต่ครั้งนั้น โดยมีโรงหวยซึ่งเป็นของรัฐ และมีเอกชนเป็นผู้ได้รับสัมปทานดำเนินการ ทั้งนี้นายอากรหวย ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น “ขุนบาน” หรือ ที่เรารู้จักกัน ว่า “เจ้ามือหวย”
โดยวิธีเล่นหวย ก ข นั้น เริ่มแรกผู้เล่นต้องไปซื้อหวยจากเสมียนก่อน ซึ่งจะตั้งโต๊ะขายตามหัวมุมถนนเส้นต่าง ๆ โดยมี “โพย” ซึ่งเป็นใบเสร็จรับเงินของโรงหวยที่เสมียนออกให้เป็นหลักฐาน (“โพย” จะเขียนตัวอักษรที่ผู้เล่นทาย วันเดือนปีที่ซื้อ เวลาที่หวยออก และจำนวนเงินที่ทาย รวมทั้งรางวัลที่จะได้รับหากถูกหวย) ผู้ซื้อจะถือปลายขั้วของโพยเก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนเสมียนซึ่งถือต้นขั้วโพยจะนำต้นขั้วนี้ส่งให้ขุนบาลก่อนเวลาที่หวยจะออก เวลาหวยออกจะนำตัวหวยที่คิดไว้ก่อนแล้วใส่ถุง แล้วชักรอกแขวนให้ผู้เล่นดูว่าหวยงวดนี้ออกตัวไหน คนที่ถูกหวยจะได้รางวัล 30 ต่อทุนทั้งหมด ส่วนเสมียนจะได้เงินจากการแทงหวยอีกต่อหนึ่ง และในขณะนั้นทางรัฐบาลก็ได้มีการเก็บภาษีอากรจากการเล่นหวยเล่นพนันอีกด้วย โดยภาษีนั้นเรียกว่า อากรบ่อนเบี้ย ซึ่งอากรบ่อนเบี้ยนี้เองที่ทำให้หวยกลายเป็นราย ได้หลักของรัฐบาล
จนถึงช่วงรัชกาลที่ 5 คนนิยมเล่นหวยมากเกินที่รัฐจะจัดให้เล่นได้ หลายพื้นที่เกิดขุนบานหรือเจ้ามือหวยเถื่อนขึ้นทั่วประเทศ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชดำริจะเลิกอากรหวย ก็ทรงเกรงว่าจะหารายได้แผ่นดินมาชดเชยไม่ทัน จึงค่อยๆ ผ่อนลดบ่อนเบี้ยให้มีน้อยลงตามลำดับ ในที่สุดก็เลิกอากรหวย ก ข อย่างเด็ดขาดในสมัยรัชกาลที่ ๖ เมื่อ พ.ศ. 2459
 
หวยรัฐบาล
หวยรัฐบาลไทย
ในระหว่างที่คนไทยยังเล่นหวย ก ข อยู่นั้น ก็มีชาวต่างประเทศกับขุนนางไทยในสมัยรัชกาลที่ 5 ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้กรมทหารมหาดเล็กออกลอตเตอรี่ขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย คราวนี้เป็นการออกลอตเตอรี่ตามแบบยุโรป ครั้งนั้นผู้ถูกรางวัลให้รับเป็นสิ่งของมีราคาเท่ากับเงินรางวัลแทน หรือถ้ารับเป็นเงินสดก็จะถูกลด 10 เปอร์เซ็น ผู้อำนวยการออกลอตเตอรี่ครั้งแรกนั้นคือ นายเฮนรี่ อาลาบาศเตอร์ ผู้เป็นต้นตระกูล “เศวตศิลา” ซึ่งขณะนั้นเป็นที่ปรึกษาส่วนพระองค์ของรัชกาลที่ 5 และเป็นผู้นำสลากแบบยุโรปมาเผยแพร่ที่ไทย สำหรับการออกลอตเตอรี่ครั้งแรกเกิดขึ้นในวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2417 ซึ่งเป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฝ่ายทหารมหาดเล็กได้เชื้อเชิญบรรดาพ่อค้าฝรั่งให้นำสินค้า หรือข้าวของแปลก ๆ มาจัดแสดงนิทรรศการ “โรงมุเซียม” หรือที่เรียกว่าการจัดแสดง พิพิธภัณฑ์ ในปัจจุบันนั่นเอง ซึ่งระหว่างการขนส่งเกิดมีสินค้าแตกหักหลายชิ้น ทางฝ่ายผู้จัดงานนึกเห็นใจ จึงเปิดโอกาสให้พ่อค้าฝรั่งเหล่านั้นออกตั๋ว “ลอตเตอรี่” ตามแบบยุโรป เพื่อให้คนซื้อได้เสี่ยงโชครับเป็นของ หรือเงินรางวัล และได้มีการออกลอตเตอรี่ในวาระพิเศษอีกหลายครั้ง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยบำรุงสาธารณกุศล
 
หวยเบอร์หรือลอตเตอรี่สมัยก่อนออกเป็นครั้งคราวตามความจำเป็นที่ต้องการเงินไปใช้ในราชการเป็นกรณีพิเศษเท่านั้น ต่อมาเห็นว่ารายได้จากลอตเตอรี่ช่วยในด้านงบประมาณแผ่นดินได้ก็เลยออกเป็นอาชีพเรียกว่า “สลากกินแบ่งรัฐบาล”โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อหารายได้ มาช่วยเหลือ ด้านสาธารณกุศลแก่ประเทศ และในปี 2475 ได้ให้ออกล็อตเตอรี่อย่างต่อเนื่อง เป็นงวดประจำอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก ต่อมาในปี 2482 ก็ได้ให้มีการจัดตั้งสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลขึ้นมา และเปลี่ยนวิธีเล่นหวย ก ข มาเป็นการออกหวยโดยใช้เลขท้ายของล็อตเตอรี่แทนในที่สุด เป็นจุดเริ่มต้นของหวยในระบบปัจจุบันที่พวกเราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี
สลากกินแบ่งรัฐบาล หรือ ล็อตเตอรี่ ที่เปิดขายให้ประชาชนทั่วไป ผู้ที่ต้องการขายนั้นต้องได้รับอนุญาตจาก สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เสียก่อน และจะมีการให้ออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลในวันที่ 1 และ 16 ของทุกเดือน จะยกเว้นเพียงแค่วันที่ 1 มกราคมซึ่งเป็นวันขึ้นปีใหม่สากล และงวดวันที่ 1 พฤษภาคม เนื่องจากเป็นวันแรงงานแห่งชาตินั่นเอง ซึ่งเจ้าหน้าที่กองสลากก็ควรได้หยุดในวันนี้เหมือนกันนะครับ
ปัจจุบันนั้นมีการจัดพิมพ์และให้จำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลทั้งหมด 50 ชุดขึ้นไป โดยชุดที่ 01-50 จะเป็นสลากธรรมดา และชุดที่ 51-100 เป็นสลากการกุศล โดยนิยมขายสลากกินแบ่งรัฐบาลเป็นคู่ๆ โดย 1 ใบจะมี 2 ชุด ซึ่งเรียกกันทั่วไปว่าหวยบนดิน ซึ่งในการออกรางวัล จะมีการจับสลาก ออกรางวัลเป็นเลขท้าย 3 ตัว และ 2 ตัว นอกจากนี้ในการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลนั้น จะแบ่งออก ได้เป็นสามตัวตรง สามตัวโต๊ด สองตัวบน สองตัวล่าง ซึ่งเมื่อท่านซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลแล้ว หากถูกรางวัลตัวใดตัวหนึ่ง ในนั้นก็จะ ได้รับเงินรางวัลตามที่กองสลากได้กำหนดไว้ แตกต่าง กันออกไปตามลำดับขั้นของรางวัล แต่หลังจากนั้นไม่นาน ในปี 2549 หลังจากเกิดการรัฐประหาร ได้มีการสั่งยกเลิกหวยบนดิน โดยรัฐบาลของ พล.อ. สุรยุทธิ์ จุลานนท์
ต่อมาในปี 2558 เมื่องวดประจำวันที่ 1 กันยายน 2558 ทางสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลได้มีการปรับแปลงเงินรางวัล โดยการเพิ่มเงินรางวัลที่ 1 จาก 2 ล้านเป็น 3 ล้านบาท และเพิ่มรางวัลเลขหน้า 3 ตัวเข้ามา 2 รางวัล และลดรางวัลเลขท้าย 3 ตัวไป 2 รางวัลเช่นเดียวกัน สามารถดูรายละเอียดรางวัลและเงินรางวัลล่าสุดได้จากด้านล่างนี้
สลากกินแบ่งใน 1 ชุด จะมีจำนวน 1 ล้านฉบับ ราคาฉบับละ 80 บาท ถ้าจำหน่ายหมด กำหนดเงินรางวัลต่อชุด ดังนี้
รางวัลที่                     มีจำนวน                   รางวัลละ
รางวัลที่ 1                  1 รางวัล               6,000,000 บาท
เลขท้าย 2 ตัว              1 รางวัล                   2,000 บาท
เลขท้าย 3 ตัว              2 รางวัล                   4,000 บาท
เลขหน้า 3 ตัว              2 รางวัล                   4,000 บาท
รางวัลที่ 2            5 รางวัล                   200,000 บาท
รางวัลที่ 3            10 รางวัล                  80,000 บาท
รางวัลที่ 4            50 รางวัล                  40,000 บาท
รางวัลที่ 5            100 รางวัล                20,000 บาท
แล้วห่วยใต้ดินที่เราๆ รู้จักกันล่ะ เป็นอย่างไร มีต้นกำเนิดเป็นมาอย่างไร แน่นอนว่าหวยใต้ดินเองก็มีประวัติศาสตร์ ของตัวเอง และปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นส่วนสำคัญในชีวิตประจำวันของคนไทยทั่วไปหลายๆระดับชั้น ปัจจุบันไม่ใช่เรื่องแปลกเลย ที่แม้แต่คนหนุ่มสาว หรือวัยทำงานใหม่ๆ จะสนใจการแสวงโชคจากหวยใต้ดิน ซึ่งหวยใต้ดินนั้นเป็นการตั้งขึ้นกันเองภายในชุมชน โดยการเขียนตัวเลขที่ใช้แทงหวย 2-3 ตัวในกระดาษที่เรียกกันว่าโพย หรือหากในยุคสมัยนี้ การซื้อหวยออนไลน์ก็เป็นเรื่องที่ง่าย สะดวก และเอื้ออำนวยให้คนทั่วไปได้ดีเช่นกัน โดยในโพยนี้จะระบุตัวเลขพร้อมราคา โดยทั่วไปสามารถซื้อหวยใต้ดินได้กับคนเดินโพยหรือเจ้ามือหวยได้โดยตรง โดยการออก รางวัล จะยึดเลขท้ายของกองสลากกินแบ่งรัฐบาล หากถูกรางวัลเจ้ามือหวยก็จะเป็นคนจ่ายเงินทั้งหมดที่ท่านจะได้รับโดยตรง เงินรางวัล นั้นก็จะขึ้นอยู่กับอัตราการจ่ายของเจ้ามือ ซึ่งจะมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้าก่อนซื้ออยู่แล้ว
จากข้อมูลปี 2561 พบว่าร้อยละ 25 หรือมากถึง 1 ใน 4 ของประชาชนชาวไทย ซื้อทั้งล็อตเตอรี่ และ หวยใต้ดิน รวมเป็นเงินกว่า 250,000 ล้านบาทต่อปี ยิ่งเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่า หวยเป็นหนึ่งในทางเลือกให้แก่ผู้คนที่มีความหวังจะได้เข้าถึงชีวิตที่ดีกว่า ผ่านการเสี่ยงโชคนั่นเอง